|
|
|
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน
|
|
อดีตองค์ประธานที่ปรึกษาของกองทุน
|
|
|
|
|
รางวัลจากคุณชายอายุมงคล.
|
|
|
เมื่อวันเสาร์ที่
17 สิงหาคม 2534 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน พระมารดาของ
ม.ร.ว.อายุมงคล โสณกุล ได้เสด็จไปประทานรางวัลจากกองทุน ม.ร.ว.อายุมงคล
โสณกุล ให้แก่นักเขียนและผู้ที่ทำงานในวงการหนังสือหนังหา รวมสามคนคือ
นายประกิต หลิมสกุล ผู้ใช้นามปากกาว่า "ทแกล้ว ภูกล้า" คอลัมนิสต์ประจำคอมลัมน์
"กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายวัน และยังมีรางวัลให้เป็นกำลังใจในการทำงานอีกสองรางวัล
ให้แก่ คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี ผู้ทำงานในด้านการพิมพ์หนังสือเรื่องสั้นออกจำหน่ายและผู้เขียนคอลัมน์
"สยามสังคีต" นี้อีกคนหนึ่ง
|
|
หม่อมราชวงศ์อายุมงคล
โสณกุล เป็นโอรสของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน และพลตรีหม่อมเจ้าฉัตรมงคล
โสณกุล เธอเป็นหลานตาของสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์
กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ต้นราชสกุลบริพัตร เป็นที่ทราบกันแล้วว่าราชสกุลโสณกุลนี้เก่งทางอักษรศาสตร์ยิ่งนัก
ที่เด่นมากไม่มีใครสู้ก็คือการดนตรี ดังนั้นคุณชายอายุมงคลจึงเป็นผู้ที่เจริญงดงามด้วยภาษาและดนตรีรวมทั้งวัฒนธรรมของโลกนานัปการ
|
ม.ร.ว.อายุมงคลเรียนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแตกฉานทั้งภาษาและวรรณคดี
เคยดูโขนละครมาตั้งแต่ยังเล็กมา อ่านหนังสือมากมายเพราะเกิดในรั้วในวัง
จบจากโรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนชั้นมัธยมปีที่ 1 แล้วก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ
จนได้ปริญญาตรีทางอักษรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดับบลิน เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว
ได้เริ่มงานเป็นักหนังสือพิมพ์โดยเขียนบทความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
เช่น บางกอกโพสต์ บางกอกเวิร์ลด์ เดอะเนชั่น สยามรัฐ รายวัน - รายสัปดาห์วิจารณ์และนิตยสารอีกหลายฉบับ
รวมทั้งเคยเปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของตนเองฉบับหนึ่ง แต่ต้องเลิกล้มไปเหมือนหนังสือดีๆทั้งหลาย
เพราะประสบความขาดทุนจนไม่สามารถจะดำเนินการต่อไปอีก |
|
ด้วยความที่เป็นคนสนุกสนานมีอารมณ์ขันเป็นเจ้าเรือน
มีความรู้กว้างขวางมากมายหลายสาขา บทความที่คุณชายอายุมงคลเขียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา
วรรณคดี ศิลปการแสดง จนถึงเรื่องการบ้านการเมือง เธอเขียนได้ดี กระจ่างชัดทั้งแทรกด้วยอารมณ์ขันตามแบบฉบับของเธอเอง
จนเป็นที่เลื่องลือในความรู้ความสามารถและเป็นที่ชอบอกชอบใจของผู้อ่านมากมายจำได้ว่ามีหลายครั้งที่พลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช ได้เขียนชมเชยในความสามารถและการที่ยกเรื่องต่างๆ ขึ้นมาเขียนนั้นเป็นที่ต้องใจท่านอยู่หลายครั้ง
|
คุณชายอายุมงคล
เธอนิยมดื่มเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ครั้งหนึ่งเธอบอกว่า เธอแพ้สุนทรภู่ตรงที่เขียนเป็นกลอนออกมาไม่ได้
แต่ก็ชนะสุนทรภู่อยู่นิดหนึ่งคือ เธอเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ และสีซอสามสายได้ไพเราะ |
คุณชายอายุมงคลเรียนสีซอสามสายจากครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล ซึ่งครูเทวาประสิทธิ์ก็เรียนซอสามสายมาจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ
ซึ่งเป็นสมเด็จตาของคุณชายนั่นเอง เพลงที่ต่อไว้และสีได้เพราะมากคือเพลงสุรินทราหูสามชั้น
กับเพลงแขกมอญสามชั้น ซึ่งคุณชายเคยบอกว่ายากและยาวมาก ต่อแล้วต้นหายปลายลืม
ต้องทบทวนอยู่บ่อยๆ คุณชายมีประสาทหูที่ประเสริฐยิ่งในการจำแนกเสียงดนตรี
และที่สำคัญกว่านั้นคือ เป็นนักฟังเพลงชั้นเยี่ยม รู้ว่าอะไรงามมากงามน้อยที่ตรงไหน
สิ่งหนึ่งที่คุณชายอายุมงคลกล่าวถึงเพลงขับร้องก็คือ ความงามในลีลาและอารมณ์ของเพลงที่อาจารย์เจริญใจ
สุนทรวาทินขับร้องไว้ เธอบอกว่าว ไม่มีใครที่จะสามารถวาดให้เห็นภาพและความรู้สึกที่งามเป็นผู้ดีและเป็นไทยในลีลาอารมณ์ได้เยี่ยมเท่าอาจารย์เจริญใจ
คุณชายชอบนาฎศิลป์ไทยและเห็นว่าคุณบุนนาค ทรรทรานนท์นั้นพอใส่ปีกใส่หางเป็นนางมโนราห์
เพียงตั้งท่าจะรำ ก็ดูเหมือนว่าจะบินได้จริงๆ แล้วเคยชมครูกรี วรศรินทร์
ศิลปินโขนว่าแม้อายุจะชรามาก พอรัดเครื่องเป็นลิงเท่านั้น ไม่ว่าจะกระดิกไปทางไหนก็แสดงความยิ่งใหญ่ในฐานะลิงบรรดาศักดิ์
ทั้งงามและหลุกหลิกไปพร้อมๆ กันอย่างไม่ขัดเขิน เธอเคยพูดติดตลกว่า ลิงอย่างครูกรีเป็นลิงราชสำนัก
แต่ไม่ใช่ราชสำนักลาวหรือเขมร |
|
อยากจะเล่าไว้ที่นี่ว่า ผมเองมีความดีใจมากที่คณะกรรมการได้เลือกให้ผมรับรางวัล
ม.ร.ว.อายุมงคล ปีนี้ ติดใจมากกว่ารางวัลอื่นที่เคยได้รับมาก่อน เพราะรางวัลที่เคยได้มาออกจะเป็นทางการ
ส่วนรางวัลนี้ผมมีความรักความอาลัยในคุณชายเจ้าของรางวัลอยู่เป็นทุนเดิมมาก่อน
การที่ได้รับรางวัลจึงมีความหมายสำหรับหัวใจมากทีเดียว คุณชายอายุมงคลนั้นเธอเคยวิ่งเล่นชายหาดหัวหินลงอวนจบปลา
ย่างปลาหมึกและหอยหลอดกินด้วยกันที่ชายหาดมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั่น
ผมได้มีโอกาสดูละครชาตรี ซึ่งพระองค์หญิงจุไรรัตนศิริมาน ทรงจ้างให้มาเล่นในวันเกิดคุณชายอายุมงคลและน้องๆ
ของเธอเป็นประจำ ครั้งหนึ่งเล่นเรื่องสังข์ทองตอนตีคลี ละครจบแล้วคุณชายอายุมงคลก็เสนอว่า
คราวหน้าให้เล่นตอนนางรจนาออกลูก (ความจริงไม่มีถึงตอนนั้น) แต่อารมณ์ขันของเธอได้แสดงออกมาแล้วตั้งแต่วัยเด็ก
โดยกล่าวว่าลูกพระสังข์น่าจะออกมาเหมือนพ่อ แต่จะเป็นหอยชนิดใดนั้นเธอไม่ทราบ
ทำให้คนที่นั่งดูละครอยู่ขณะนั้นหัวเราะกันครื้นเครง
|
เมื่อเธอเข้าฟังปี่พาทย์ประชัน
เธอจะต้องมีของติดมือมารางวัลคนที่บรรเลงขับร้องเก่งๆเสมอๆ วันหนึ่งไหว้ครูที่บ้านดุริยประณีต
ดึกแล้วเธอสนุกขึ้นมาจึงร้องเพลงสุรนิทราหูที่เธอชอบเป็นพิเศษ จบแล้วก็มีผู้ยกวิสกี้ไปมอบให้หนึ่งแก้ว
เธอชอบใจแล้วบอกว่า วันนี้จะต้องร้องอีกให้ได้หลายๆเพลงเพราะได้รางวัลถูกใจมาก
จะร้องให้ฟังจนถึงสว่าง ก็ปรากฏว่าอยู่ได้จนสว่างจริงแต่ตอนถึงพิธีไหว้ครู
เธอก็นอนหลับสยายไม่เข้าพิธีแต่อย่างใด ตื่นขึ้นมาเธอก็สนุกอีกโดยบอกว่าที่ออกมาร่วมพิธีไหว้ครูไม่ได้นั้น
เพราะโดนครู "ทับ" |
|
|
ในด้านภาษา คุณชายอายุมีหลักการใช้คำและตัวสะกดที่แม่ยำมีหลักฐาน เมื่อมีงานฉลองสองร้อยปีกรุงเทพมหานคร
พ.ศ.2525 กทม.เขียนป้ายคำว่ารัตนโกสินทร์เป็นภาษาอังกฤษว่า RATTANASOSIN
อ่านว่า แร็ททานาโคซิน เธอก็ติว่าเชยแหลก "คนเขียนนั้นใครก็ไม่รู้ละที่ไม่รู้ทั้งภาษาฝรั่งและภาษาแขก
แต่ได้เข้าไปนั่งในลูกบัญญัติศัพท์ของ กทม. เขียนให้ถูกต้องมี T ตัวเดียวว่า
RATANAKOSINDRA หรือ RATANAKOSIN" มุขขันของเธอแสดงออกมาตรงคำภาษาอังกฤษชื่อเมืองอยุธยา
บางคนชอบเขียนว่า AYUTTHAYA แทนที่จะเขียนอย่างถูกต้องว่า AYUDHYA เธอบอกว่า
AYUDHYA แปลว่า "ไม่มีผู้ใดปราบได้" สำหรับคนที่เขียนว่า AYUTTHAYA
อ่านเป็นภาษาไทยได้ว่า "อะยัดทะยา" แปลว่าชอบกินยาหรือกินยายาก
เขียนเท่านี้คนอ่านก็หัวเราะแล้ว เราจึงชอบติดตามบทความของคุณชายอายุมงคล
..
.ที่เขียนถึงคุณชายวันนี้ นอกจากจะคิดถึงเธอ ขอบพระคุณเธอที่ให้ความรักความอบอุ่นใจ
แม้ว่าจะจากไปนานแล้ว และก็ขอบอกเธอว่า สิ่งที่เธออยากให้เกิดขึ้นในวงการดนตรีไทย
คือมีเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพดนตรีไทยไว้ใช้วัดให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในวงการดนตรีนั้น
บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีการจัดสร้างเกณฑ์มาตรฐานดนตรีไทยขึ้นเรียบร้อยแล้ว
กำลังจะมีการเสนอรูปแบบที่สร้างขึ้นนั้นในการสัมมนาครั้งใหญ่เพื่อให้เป็นที่ยอมรับกนในหมู่นักวิชาการและนักดนตรีไทยทั้งหลาย
โดยจะมีเกณฑ์มาตรฐานวัดความรู้และฝีมือกันแล้ว ดนตรีจะเจริญขึ้นเป็นอันมาก
และส่วนที่หายไปก็จะได้รับการหยิบยกขึ้นมาเรียนมาใช้กันอีก |
ผมได้ทำบุญบำเพ็ญกุศลเป็นการขอบคุณไปให้คุณชายอายุมงคลแล้วด้วยความรักและรำลึกถึงเธอเป็นอย่างยิ่ง |
| |
|
(*คัดตอนจากคอลัมน์ "สยามสังคีต" โดย นพ.พูนพิศ อมาตยกุล
นสพ.สยามรัฐ รายวัน วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2534)
|